มืองอาโอโมริ – อสูรกายหิมะ ณ ภูเขาฮักโกดะ ออนเซ็นโบราณ และพระพุทธรูปนั่งอลังการณ์
หากพูดถึงเทือกเขาฮักโกดะ (Hakkoda) ในหน้าหนาว ภาพที่หลายคนนึกถึงคือ”จุเฮียว” (snow monsters หรือปีศาจหิมะ) ปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ลมหนาวพัดพาละอองน้ำมาเกาะแข็งบนกิ่งก้านต้นสนจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งขนาดมหึมา รูปร่างคล้ายอสูรยืนเรียงรายบนเขาสูง ทัศนียภาพราวกับโลกแห่งเทพนิยาย วิธีชมวิวที่ดีที่สุดคือการนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อสัมผัสทิวทัศน์สีขาวโพลนแบบพาโนรามา ก่อนที่จะลงมาถ่ายภาพกับปีศาจหิมะเหล่านั้นอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจและหาชมได้ยากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน เทือกเขาฮักโกดะเผยเสน่ห์อีกด้านด้วยกำแพงหิมะบนเส้นทาง Hakkoda–Towada Gold Line ซึ่งเปิดให้สัญจรในเดือนเมษายน หลังรถกวาดหิมะตัดผ่านชั้นหิมะที่ทับถมตลอดฤดูหนาว จนเกิดเป็นกำแพงหิมะสูงร่วม 10 เมตรขนาบสองข้างถนน นับเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถชมวิวที่งดงามที่สุดของภูมิภาคโทโฮกุ ในฤดูใบไม้ร่วงฮักโกดะจะเปลี่ยนเป็นผืนป่าสีแดง ส้ม และเหลืองทองไล่เฉดจากยอดเขาสู่เชิงเขา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามได้ทั้งจากกระเช้าลอยฟ้าและการขับรถเลียบเส้นทางภูเขา ซืมซาบทัศนียภาพสวยงามกว้างไกลสุดสายตา
คายุออนเซ็น (Sukayu Onsen)
ท่ามกลางเทือกเขาฮักโกดะคือ สุคายุออนเซ็น หนึ่งในออนเซ็นชื่อดังของญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 300 ปี โดดเด่นด้วยน้ำแร่กำมะถันสีขาวน้ำนมที่ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยผ่อนคลายร่างกาย คลายความเมื่อยล้า ให้ความอบอุ่นอย่างล้ำลึกในช่วงฤดูหนาว ไฮไลต์ของที่นี่คือ Hiba Sennin Buro ห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ที่สร้างจากไม้ฮิบะของอาโอโมริทั้งหลัง มีพื้นที่กว้างราวสนามเทนนิส และเป็นผลงานสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิมที่สร้างขึ้นโดยไม่มีเสาค้ำกลางแม้แต่ต้นเดียว แม้จะเป็นบ่อรวมชายหญิงตามวิถีญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่ผู้หญิงสามารถใช้บริการได้อย่างสบายใจ เพราะมีชุดสำหรับลงแช่น้ำ รวมถึงช่วงเวลาที่เปิดให้บริการเฉพาะสุภาพสตรีอีกด้วย ไม่มีอะไรจะเติมเต็มวันอันหนาวเหน็บได้ดีไปกว่าการแช่ออนเซ็นอุ่น ๆ พร้อมมองออกไปยังทิวทัศน์หิมะสีขาวโพลนที่ปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา
วัดเซริวจิ (Seiryuji Temple)
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของอาโอโมริคือวัดเซริวจิที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโชวะไดบุสสึ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูงถึง 21.35 เมตร สูงกว่าพระใหญ่แห่งนาราและพระใหญ่แห่งคามาคุระ สง่างามท่ามกลางผืนป่าเขียวขจี จึงเป็นทั้งสถานที่สักการะและจุดถ่ายภาพยอดนิยมของผู้มาเยือน ภายในวัดยังมีเจดีย์ไม้ห้าชั้นสูง 39 เมตร ซึ่งนับเป็นเจดีย์ไม้ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ สร้างด้วยเทคนิคการเข้าไม้แบบดั้งเดิมจากไม้ฮิบะของอาโอโมริอันเลื่องชื่อ ในฤดูใบไม้ผลิจะได้เห็นซะกุระพันธุ์โซเมโยชิโนะ ชิดะเระ ยะเอซะกุระเบ่งบาน และแมกไม้อื่นที่แตกใบเขียวขจี่ ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงทอง เหลือง น้ำตาลในฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาวที่หิมะขาวปกคลุมหลังคา วัดเซริวจิเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ที่มีเสน่ห์อันงดงามในทุกฤดูกาล


